Affichage de 54 résultats

Description archivistique
TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-01-11 · Pièce
Fait partie de ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

เพลงยามสิ้นแสงตะวัน เป็นส่วนหนึ่งของบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นสำหรับบรรเลงในละครเรื่องต่างๆ เดิมเรียบเรียงเสียงประสานไว้สำหรับวงดุริยางค์เล็กขนาด 14 ชิ้น และได้รับการขยายและเรียบเรียงเสียงประสานใหม่สำหรับวงดุริยางค์ซิมโฟนีโดย Mr. John Georgiadis ผู้อำนวยเพลงของวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ

Moment of Sunset comprised from portions of songs originally written for several theatrical plays, these works were first arranged by Prasidh for a stage orchestra limmited to fourteen instruments. Seeking to enlarge the composition, Mr. John Georgiadis, musical director and principal conductor of the Bangkok Symphony Orchestra, has rearranged the works to allow performance by the symphony orchestra. This masterful treatment has allowed the various melodies of the individual pieces to be appreciated in a continuous thread of compositional ingenuity.

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-01-02 · Pièce
Fait partie de ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ไซมิสสวีทได้รับการประพันธ์ขึ้นในราว พ.ศ. 2497 และได้รับการแสดงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2498 ในงานประชุม Southeast Asian Music Conference ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ บทประพันธ์สำหรับวงดุริยางค์ซิมโฟนีประกอบด้วย 4 Movements ได้แก่ 1. Moon over the Temple 2. In the Grand Palace 3. Siamese Lament และ 4. In the Bangkok’s China Town

Completed in 1954, this composition was given its first performance by the National Symphony Orchestra of the Philippines one year after its completion. Performed at the Southeast Asian Music Conference in Manila, it is comprised of four short movements: Moon Over the Temple, In the Grand Palace, Siamese Lament, and In the Bangkok's China town.

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-02-01 · Pièce · 2004
Fait partie de ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ผู้ประพันธ์ (จากทำนองเพลงไทยเดิม) : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง
ผู้เรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงซิมโฟนี : Mr. John Georgiadis

ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ผู้ประพันธ์มีความปรารถนาที่จะประพันธ์เพลงเทิดพระเกียรติ จึงได้คัดทำนองเพลงไทยเดิม ชื่อ "เชิดใน" ซึ่งประพันธ์โดยบิดา คือ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มาเป็นโครงสร้างของบทประพันธ์ เพราะมีความเหมาะสมที่จะใช้บรรเลงในลักษณะเพลงโหมโรง (Overture)

เพลง "เชิดใน" ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักดนตรีไทยเดิมเหมือนกับเพลง "เชิดนอก" ที่เล่นกันแพร่หลายและเป็นเพลงเอกในภาพยนตร์เรื่อง "โหมโรง" แต่ก็เป็นเพลงบรรเลงที่มีความเร็วและเหมาะสมกับการที่จะใช้เป็นเพลงโหมโรง อาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ได้ประพันธ์เป็น Piano Conductor Score เสร็จ แต่ไม่สามารถเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงซิมโฟนีให้เสร็จได้ เพราะความเจ็บป่วยในช่วงสุดท้ายของชีวิต จึงได้มอบให้ Mr. John Georgiadis เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานแทน เพราะเป็นผู้มีความคุ้นเคยกับบทประพันธ์อื่นๆ ของท่านมาก่อนแล้ว

"เชิดใน" ได้รับการประพันธ์ และเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงซิมโฟนีขนาดใหญ่ เป็นบทเพลงที่มีความสง่างาม และจบด้วยท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นเพลงไทยอย่างชัดเจน

"เชิดใน" ได้รับการบันทึกเสียงครั้งแรกพร้อมกับเพลงอื่นๆ ของ อาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ที่เมืองริก้า ประเทศลัตเวีย เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2547 บรรเลงโดยวงดนตรี The Latvian National Symphony Orchestra ใช้นักดนตรีรวมทั้งสิ้น 70 คน และ Mr. Terje Mikkelsen ชาวนอร์เวย์ เป็นวาทยกร


Cherd Nai : The Prelude of Siam
Composed by Prasidh Silapabanleng
Arranged and Orchestrated by John Georgiadis

In this work the composer has re-composed the original theme of “Cherd Nai” created by his father Luang Praditpairoh (Sorn Silapabanleng) as a Western style Overture. The piano-conductor score and was completed when the composer was 87 and in poor health. Hence, the score and suggestions for arrangement were forwarded to Mr.John Georgiadis, conductor of the composer’s famed “Siang Tian with female chorus”, in the U.K. to enlarge and orchestrate the piece for performance by a medium-sized symphony orchestra.

“Cherd Nai: The Prelude of Siam” was first recorded in Riga, Latvia on June 2004, with the Norwegian conductor Terje Mikkelsen conducting the Latvian National Symphony Orchestra. The “Cherd Nai” has been orchestrated in the grand symphonic orchestral style with distinctive melodies of traditional Thai themes in the opening and grand finale.

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-02-03 · Pièce
Fait partie de ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ผู้ประพันธ์ : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง
ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง และ อัปสร กูรมะโรหิต

ไซมีสโรม้านซ์ได้ประพันธ์ขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ เนื่องในโอกาสที่มหาวิทยาลัยอัสสัสชัญ และสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราชร่วมกันจัดการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ บทประพันธ์สำหรับวงดุริยางค์ซิมโฟนีขนาดกลางชิ้นนี้ได้เรียบเรียงมาจากเพลงรัอง และเพลงบรรเลงสำหรับละครเรื่องต่างๆ ที่แสดงโดยคณะผกาวลี เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๑-๒๔๙๓ โดย ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง และลูกศิษย์ คือ อัปสร กูรมะโรหิต ได้ร่วมกันจัดทำเป็นบทประพันธ์ในลักษณะเพลงประสม (Medley) รวม ๕ กระบวนด้วยกัน โดยนำมาจากบทเพลงในละครเรื่องต่างๆ ดังนี้

  • กระบวนที่ ๑ จันทราพาฝัน (๓.๐๙ นาที) จากภาพยนตร์เรื่อง ไฟชีวิต (บทภาพยนตร์ของ สด กูรมะโรหิต)
  • กระบวนที่ ๒ โลมเหนือ (๓.๕๖ นาที) เรียบเรียงเสียงประสานจากทำนองเพลงไทยเดิมของท่านบิดา คือ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
  • กระบวนที่ ๓ งามเพียงจันทร์ (๓.๐๐ นาที) จากละครเรื่อง ธิดาจ้าวราชบุตร (บทละครของ อบ ไชยวสุ) โดยนำส่วนหนึ่งของทำนองเพลงที่แต่งโดยหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ชื่อ "เพลงโลมพม่า” มาเรียบเรียงเสียงประสาน ปรับปรุงเป็นเพลงบรรเลงสำหรับวงดุริยางค์ในจังหวะวอลซ์
  • กระบวนที่ ๔ รักแท้ (๓.๓๙ นาที) จากละครเรื่อง เงาะป่า (พระราชนิพนธ์อัญเชิญมาทำบทละครเวที โดย สด กูรมะโรหิต)
  • กระบวนที่ ๕ แรพโซดี (Rhapsody) (๕.๑๓ นาที) จากการผสมผสานของ ๒ บทเพลง คือ "เพลงดวงใจ" จากละครเรื่อง เกียรติศักดิ์รักของข้า (บทละครของมาลัย ชูพินิจ) และ "เพลงยามรัก" จากละครเรื่อง ซิสก้า (บทละครของ สด กูรมะโรหิต)

Siamese Romance: Dramatic Suite for Orchestra
Composed by Prasidh Silapabanleng
Arranged and Orchestrated by Prasidh Silapabanleng and Apsorn Kurmarohita

The composer and his last student, Apsorn, completed this orchestration in the form of a suite for orchestra in October 1998. It is comprised of 5 short movements, which have been taken from Prasidh’s small compositions for theatrical plays, namely

  • 1st movement: Chandra pa Fun
  • 2nd movement: Lome nua
  • 3rd movement: Ngarm Pieng Chand
  • 4th movement: Ruk Tae
  • 5th movement: Rhapsody
TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-02-05 · Pièce
Fait partie de ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ผู้ประพันธ์ : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง
ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง และ อัปสร กูรมะโรหิต

ไซมีสโรม้านซ์ได้ประพันธ์ขึ้นในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ เนื่องในโอกาสที่มหาวิทยาลัยอัสสัสชัญ และสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ศิริราชร่วมกันจัดการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระราชพิธีมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ บทประพันธ์สำหรับวงดุริยางค์ซิมโฟนีขนาดกลางชิ้นนี้ได้เรียบเรียงมาจากเพลงรัอง และเพลงบรรเลงสำหรับละครเรื่องต่างๆ ที่แสดงโดยคณะผกาวลี เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๔๙๑-๒๔๙๓ โดย ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง และลูกศิษย์ คือ อัปสร กูรมะโรหิต ได้ร่วมกันจัดทำเป็นบทประพันธ์ในลักษณะเพลงประสม (Medley) รวม ๕ กระบวนด้วยกัน โดยนำมาจากบทเพลงในละครเรื่องต่างๆ ดังนี้

  • กระบวนที่ ๑ จันทราพาฝัน (๓.๐๙ นาที) จากภาพยนตร์เรื่อง ไฟชีวิต (บทภาพยนตร์ของ สด กูรมะโรหิต)
  • กระบวนที่ ๒ โลมเหนือ (๓.๕๖ นาที) เรียบเรียงเสียงประสานจากทำนองเพลงไทยเดิมของท่านบิดา คือ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
  • กระบวนที่ ๓ งามเพียงจันทร์ (๓.๐๐ นาที) จากละครเรื่อง ธิดาจ้าวราชบุตร (บทละครของ อบ ไชยวสุ) โดยนำส่วนหนึ่งของทำนองเพลงที่แต่งโดยหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ชื่อ "เพลงโลมพม่า” มาเรียบเรียงเสียงประสาน ปรับปรุงเป็นเพลงบรรเลงสำหรับวงดุริยางค์ในจังหวะวอลซ์
  • กระบวนที่ ๔ รักแท้ (๓.๓๙ นาที) จากละครเรื่อง เงาะป่า (พระราชนิพนธ์อัญเชิญมาทำบทละครเวที โดย สด กูรมะโรหิต)
  • กระบวนที่ ๕ แรพโซดี (Rhapsody) (๕.๑๓ นาที) จากการผสมผสานของ ๒ บทเพลง คือ "เพลงดวงใจ" จากละครเรื่อง เกียรติศักดิ์รักของข้า (บทละครของมาลัย ชูพินิจ) และ "เพลงยามรัก" จากละครเรื่อง ซิสก้า (บทละครของ สด กูรมะโรหิต)

Siamese Romance: Dramatic Suite for Orchestra
Composed by Prasidh Silapabanleng
Arranged and Orchestrated by Prasidh Silapabanleng and Apsorn Kurmarohita

The composer and his last student, Apsorn, completed this orchestration in the form of a suite for orchestra in October 1998. It is comprised of 5 short movements, which have been taken from Prasidh’s small compositions for theatrical plays, namely

  • 1st movement: Chandra pa Fun
  • 2nd movement: Lome nua
  • 3rd movement: Ngarm Pieng Chand
  • 4th movement: Ruk Tae
  • 5th movement: Rhapsody
TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-09 · Pièce
Fait partie de ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ความรักครวญหา (บทร้องของนางเอก)
คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง

จากละครเรื่อง ขบวนเสรีจีน (โรงละครเฉลิมไทย)
ผู้ประพันธ์บทละคร : สด กูรมะโรหิต
ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
ผู้แสดงนำชาย : อารี โทณวณิก
ผู้แสดงนำหญิง : สวลี ผกาพันธุ์

ความรักรัญจวนครวญหา ค่ำเช้ามิเว้นวาย
โอ้สายใจ ไฉนเมิน
คอยรักรัญจวน ครวญร้าง ห่างเหิน
เจ้าเพลิดเพลินอยู่หนใด
แม้ยามนิทรา รักยังชักพา
พร่ำเพ้อละเมอว่าคนรักมาหา
ให้สมหวัง ดังใจจำนงหลงชมชื่นวิญญา
โอ้ยอดรักลอยมา เมื่อยามนิทราแล้วเลือน


From the Play: Kabuan Seri Jeen
Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-15 · Pièce
Fait partie de ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

กลางสายชล (บทร้องของพระเอกและนางเอก)
คำร้อง : อิงอร (ศักดิ์เกษม หุตาคม)

จากละครเรื่อง ดรรชนีนาง (โรงละครเฉลิมนคร)
(หมายเหตุ : ละครเรื่อง ดรรชนีนางไม่ได้แสดงโดยคณะผกาวลี แต่ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลงได้แต่งและเรียบเรียงเสียงประสาน ให้ 2 เพลง เพื่อใช้ในการแสดง)
ผู้ประพันธ์บทละคร : อิงอร (ศักดิ์เกษม หุตาคม)
ผู้กำกับการแสดง : เฉลิม บุณยเกียรติ
ผู้แสดงนำชาย : ส.อาสนจินดา

(ช) ยามย่ำสนธยา ลับสิ้นแสงทิวา
ขอนิลเนตรอย่ามองฟ้า
สงสารดาราจะลับอับเศร้าสิ้นแรง
ตานุชส่งรังสีรุ่งแสง
เจิดจ้าจำรัสแจ้ง
แสงส่องไสว ใจชาย
ดู ดู๋ อย่าจ้องมองดู
สายน้ำ คลาคล่ำประกาย
สายเพชรไหลพร่างพราย
จะอายเสน่ห์เนตรนงพะงา

(ญ) น้ำผึ้ง ลิ้นหวาน หวานฉ่ำด่ำอุรา
หอมหวนยวนยิ่งกลิ่นผกา
สงสัยใจว่า ใจนั้นจะเค็มเหมือนสายชล

(ช) นฤมล แม้ใจคนแม้นความเค็ม
ก็เพราะรักเร้าให้เข้ม
รักชาวน้ำเค็ม สุดรัก

(ญ) เอ็นดู อย่าเอ่ยคำรัก
แรกรัก สลักอุรา
กริ่งใจ สงสัยว่า
ความรักจะลาลับเร็วไป


From the Play: Dachanee Narng
Lyrics by Sakasem Hutakom

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-18 · Pièce
Fait partie de ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ลมหนาว (บทร้องสลับฉาก เดิมขับร้องโดยอดิเรก จันทร์เรือง)
คำร้อง : ประสิทธิ์ จันทรนิตรา

จากละครเรื่อง : ผกาวลี (โรงละครกรมศิลปากร)
ผู้ประพันธ์บทละคร : แสงทอง (หลวงบุณยมานพ)
ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง (เป็น ศตานนท์)
ผู้แสดงนำหญิง : อนงค์ นาคสวัสดิ์ (เป็น ผกาวลี)

หนาว..เมื่อลมหนาวพัดมา พัดมาต้องกายา พากายให้สั่นสะท้าน
โอ้..เอ๋ย..โอ้..ลมหนาว หัวอกร้าวเหลือประมาณ
ลมช่างไม่สงสาร ลมจะพัดจะพาลให้ข้าฯ ต้องหนาวกาย

หนาวลม..จะได้อะไรมาห่ม จึงจะสมกับหนาวได้
ผ้าห่มหมื่นแสน ก็ไม่เปรียบแม้น เหมือนดังได้น้ำใจ
ลมเอ๋ย..จะทำฉันใด ลมช่วยพัดพาน้ำใจ
พัดมาให้ข้าฯ คลายได้หาย จากหนาวลม

หนาวลมยิ่งหนาวพัดจัด ใจของข้าฯ กลุ้มกลัด ลมช่างพัดให้ขื่นขม
โธ่..เอ๋ย..โธ่..น้ำใจ ช่างกระไรไม่ลอยตามลม
ลอยมาให้ ข้าฯ ชม สักเมื่อไรจะได้สมหวังข้าฯ นา

หนาวลม หนาวอะไรไม่ระทม เหมือน ขาดคู่ชม คู่ปรารถนา
เมื่อไร น้ำใจ เมื่อไร นะใจ ใจจึงมีเมตตา
ขอให้ใจมาหาข้าฯ ใจอย่าชักอย่าช้า
จงรีบเร่งมาหาข้าฯ เถิดน้ำใจ


From the Play: Phakavali
Lyrics by Prasidh Chandaranitra

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-23 · Pièce
Fait partie de ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

หวานรื่น (บทร้องของพระเอกและนางเอก)
คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง

จากละครเรื่อง : ดาราวัลย์ (โรงละครเฉลิมนคร)
ผู้ประพันธ์บทละคร : กุมุท จันทร์เรือง
ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง
ผู้แสดงนำหญิง : ยุวดี วิจิตรานนท์

(ช) โอ้หวานรื่น สดชื่นล้ำเลอ คือหวาน
โอ้หวาน รักเธอ หทัยละเมอ แต้เธอผู้ยอดใจ
(ญ) โอ้หวานรื่นสดชื่นล้ำสิ่งใด คือรัก
โอ้หวานรักในหทัยฝันใฝ่ เมื่อใกล้คลอกัน
(ช,ญ) แม้เพียงเห็นเงา ที่ในฝัน เมื่อวันก่อน
(ญ) ใจเร้าอาวรณ์
(ช) ใจรักแน่นอน
(ช,ญ) ลุ่มหลงจนต้องจร ตามเธอ
(ช) หวานใดรักใดเล่า จะหวานล้ำเลอ
เฝ้านึกระลึกละเมอพร่ำเพ้อ เผลอรำพัน รักนั้น เลื่อนลอยอยู่ หรือว่าไร
(ญ) ฝากชีวิตไม่คิดห่างไกล อกเอ๋ย จะทำไฉน
ฝากรักไว้ รักระรื่น หวานชื่นใจ
(ช) ฝากชีวิตไม่คิดห่างไกล อกเอ๋ย จะทำไฉน
(ช,ญ) ฝากรักไว้ รักระรื่น หวานรื่นชื่นใจ


From the Play: Darawal
Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-31 · Pièce
Fait partie de ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

หัวใจทรมาน (บทร้องคู่กันของนางเอก)
คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง

จากละครเรื่อง สร้อยไข่มุกด์ (โรงละครเฉลิมไทย)
ผู้ประพันธ์บทละคร : กุมุท จันทร์เรือง
ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง

ตะวันก็สายบ่ายคล้อยแสงอ่อนลง
แต่อกเรานี้ยังร้อนอยู่
ไกลจากแสงแห่งรักอันซื่อตรง
อกยังคงคลั่งไคล้ไม่จาง
คิดไประกำช้ำชอกหวานวิญญา
พาระทมตรมขื่นขมอุรา
คนรักมาดูแคลนแสนต่ำ
กรรมยอกย้อน
ถอนทอดหทัย รักไม่ตั่งใจ
ชีวิตรักวาย สูญลงแล้วเอย


From the Play: Sroi Khaimook
Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng