Showing 3604 results

Archival description
TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-01-08 · Item
Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

เพลงเงาในน้ำ เป็นส่วนหนึ่งของบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นสำหรับบรรเลงในละครเรื่องต่างๆ เดิมเรียบเรียงเสียงประสานไว้สำหรับวงดุริยางค์เล็กขนาด 14 ชิ้น และได้รับการขยายและเรียบเรียงเสียงประสานใหม่สำหรับวงดุริยางค์ซิมโฟนีโดย Mr. John Georgiadis ผู้อำนวยเพลงของวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ

Shadow in the Water comprised from portions of songs originally written for several theatrical plays, these works were first arranged by Prasidh for a stage orchestra limmited to fourteen instruments. Seeking to enlarge the composition, Mr. John Georgiadis, musical director and principal conductor of the Bangkok Symphony Orchestra, has rearranged the works to allow performance by the symphony orchestra. This masterful treatment has allowed the various melodies of the individual pieces to be appreciated in a continuous thread of compositional ingenuity.

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-02-10 · Item
Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ผู้ประพันธ์ : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง
ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง
ผู้ประพันธ์คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
ผู้ขับร้อง : ใจรัตน์ พิทักษ์เจริญ

เพลงเงาในน้ำเป็นผลงานที่ได้รับการชื่นชอบอย่างมาก ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ประพันธ์ไว้สำหรับการแสดงโดยคณะผกาวลี เรื่อง "มนต์นาคราช" (บทละครโดย กุมุท จันทร์เรือง) มีเนื้อร้องบรรยายเกี่ยวกับนางเอกที่เห็นเงาตัวเองในน้ำเป็นครั้งแรก นับว่าเป็นบทเพลงที่มีทำนอง (Melody) อ่อนหวานและไพเราะ มีความกลมกลืนกัน (Harmony) อย่างสมบูรณ์


Ngao Nai Nam with voice
Composed by Prasidh Silapabanleng
Arranged and Orchestrated by Prasidh Silapabanleng
Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng
Vocalist: Jairat Pitakcharoen

These works were first composed and arranged by Prasidh for a stage orchestra limited to fourteen instuments. For the present recording, the works have been performed by a medium-sized symphony orchestra which lent full-bodied sound to the pieces.

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-02-01 · Item · 2004
Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ผู้ประพันธ์ (จากทำนองเพลงไทยเดิม) : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง
ผู้เรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงซิมโฟนี : Mr. John Georgiadis

ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ผู้ประพันธ์มีความปรารถนาที่จะประพันธ์เพลงเทิดพระเกียรติ จึงได้คัดทำนองเพลงไทยเดิม ชื่อ "เชิดใน" ซึ่งประพันธ์โดยบิดา คือ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) มาเป็นโครงสร้างของบทประพันธ์ เพราะมีความเหมาะสมที่จะใช้บรรเลงในลักษณะเพลงโหมโรง (Overture)

เพลง "เชิดใน" ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่นักดนตรีไทยเดิมเหมือนกับเพลง "เชิดนอก" ที่เล่นกันแพร่หลายและเป็นเพลงเอกในภาพยนตร์เรื่อง "โหมโรง" แต่ก็เป็นเพลงบรรเลงที่มีความเร็วและเหมาะสมกับการที่จะใช้เป็นเพลงโหมโรง อาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ได้ประพันธ์เป็น Piano Conductor Score เสร็จ แต่ไม่สามารถเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงซิมโฟนีให้เสร็จได้ เพราะความเจ็บป่วยในช่วงสุดท้ายของชีวิต จึงได้มอบให้ Mr. John Georgiadis เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานแทน เพราะเป็นผู้มีความคุ้นเคยกับบทประพันธ์อื่นๆ ของท่านมาก่อนแล้ว

"เชิดใน" ได้รับการประพันธ์ และเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงซิมโฟนีขนาดใหญ่ เป็นบทเพลงที่มีความสง่างาม และจบด้วยท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นเพลงไทยอย่างชัดเจน

"เชิดใน" ได้รับการบันทึกเสียงครั้งแรกพร้อมกับเพลงอื่นๆ ของ อาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ที่เมืองริก้า ประเทศลัตเวีย เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2547 บรรเลงโดยวงดนตรี The Latvian National Symphony Orchestra ใช้นักดนตรีรวมทั้งสิ้น 70 คน และ Mr. Terje Mikkelsen ชาวนอร์เวย์ เป็นวาทยกร


Cherd Nai : The Prelude of Siam
Composed by Prasidh Silapabanleng
Arranged and Orchestrated by John Georgiadis

In this work the composer has re-composed the original theme of “Cherd Nai” created by his father Luang Praditpairoh (Sorn Silapabanleng) as a Western style Overture. The piano-conductor score and was completed when the composer was 87 and in poor health. Hence, the score and suggestions for arrangement were forwarded to Mr.John Georgiadis, conductor of the composer’s famed “Siang Tian with female chorus”, in the U.K. to enlarge and orchestrate the piece for performance by a medium-sized symphony orchestra.

“Cherd Nai: The Prelude of Siam” was first recorded in Riga, Latvia on June 2004, with the Norwegian conductor Terje Mikkelsen conducting the Latvian National Symphony Orchestra. The “Cherd Nai” has been orchestrated in the grand symphonic orchestral style with distinctive melodies of traditional Thai themes in the opening and grand finale.

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-29 · Item
Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

เริงแข (เดิม แขเอย เป็นบทร้องของพระเอก)
คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง

จากละครเรื่อง แผ่นดินแห่งความฝัน (โรงละครเฉลิมนคร)
ผู้ประพันธ์บทละคร : สด กูรมะโรหิต
ผุ้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
ผู้แสดงนำชาย : อดิศักดิ์ เศวตนันท์
ผู้แสดงนำหญิง : สวลี ผกาพันธ์

กลางนภา ดวงดารารุ่งแรง ส่องรังสีเรืองแสง ระยับแฝงเมฆา
แต่งามเลิศลอยลม คือเพ็ญโสมสองหล้า (ช้ำ) เวหากระจ่างแจ้งด้วยแสงเดือน

แขเอย อย่าลอยเลยเลื่อนไกล อยู่ให้ชมสมใจ ข้าพิสมัยดวงเดือน
ชมแทนหน้านวลน้อง พี่มุ่งปองเป็นเพื่อน (ช้ำ) เสมือนมาเยือนให้พี่นี้รื่นรมย์


From the Play: Pandin Hang Kwam Fahn
Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-19 · Item
Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

เสียแรงรัก (บทร้องของพระเอก)
คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง

จากละครเรื่อง : ผกาวลี (โรงละครกรมศิลปากร)
ผู้ประพันธ์บทละคร : แสงทอง (หลวงบุณยมานพ)
ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง (เป็น ศตานนท์)
ผู้แสดงนำหญิง : อนงค์ นาคสวัสดิ์ (เป็น ผกาวลี)

เสียแรงหนักรักล้น รักท้นท่วมหัวใจรัก
ไม่แหนงไม่หน่าย รักไม่คลายคงคืน
รักเขาแต่ข้างเดียว เขาไม่เหลียวให้ชื่น
รักจึงขมขื่น ไม่สดชื่นหวานล้ำ
กรรมของเราเก่าก่อน เป็นผลย้อนให้ระกำ
รักไม่ฟื้นชื่นฉ่ำ โธ่ เอ๋ย กรรมของเรา

เสียแรงหนักรักชื่น มิยั่งยืนกลับกลายเศร้านับ
แค่นี้คงเฉา กรรมของเราปางไหน
รักไม่เหมือนเขาผู้อื่น รักสดชื่นเหมือนดั่งใจ
คิดแล้วเศร้าหทัย ช่างกระไรแสนอาภัพ
วาสนาน่าน้อยใจ หวังสิ่งใดมากลายกลับ
บุญน้อยเลื่อนลอยลับ หากชีพดับสิ้นระทม


From the Play: Phakavali
Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-01-01 · Item
Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ดุริยนิพนธ์ชิ้นนี้เป็นทั้งงานอนุรักษ์และงานสร้างสรรค์ขึ้นใหม่อย่างวิจิตรปราณีตของสองดุริยกวีไทยผู้เป็นบิดาและบุตร ท่านบิดา (หลวงประดิษฐไพเราะ) ได้ประพันธ์ขึ้นจากเพลงเก่าสองชั้นเป็นสามชั้นและชั้นเดียวจนครบลักษณะเถา อาจารย์ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ได้เรียบเรียงเพลงเสี่ยงเทียนครั้งแรกในลักษณะ String Quartet และหลังจากนั้น ได้ประพันธ์ขึ้นใหม่สำหรับหมู่นักร้องโซปราโนและอัลโต ร่วมกับวงดุริยางค์ซิมโฟนี ผลคือ เป็นเพลงเสี่ยงเทียนที่มีความสง่างามประสานกับความอ่อนหวานซาบซึ้ง อันเป็นงานรังสรรค์ร่วมกันระหว่างบิดาและบุตร ฝากไว้เป็นสมบัติอีกชิ้นหนึ่งแก่ชาติไทยและชาวโลก

Siang Tian is the creative joint venture of father and son, this piece was first composed by Luang Praditpairoh in the traditional Thai style renowned for its graceful and romantic expression. The first significant rearrangement of the piece was completed by Luang's son, Prasidh Silapabanleng. Initially arranged for a string quartet based on his father's original composition, Prasidh took the work to greater proportions when he re-composed it to accommodate a full orchestra and female chorus. The splendidly romantic composition which sprang from this father­and-son effort gave Thailand (and the world) a stylistic work of art which is recognized as modern classic.

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-02-09 · Item · 1949
Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

ผู้ประพันธ์ (จากทำนองเพลงไทยเดิม) : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง
ผู้เรียบเรียงเสียงประสาน : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง
ผู้ประพันธ์คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
ผู้ขับร้อง : ใจรัตน์ พิทักษ์เจริญ

เพลงเสี่ยงเทียนได้รับการประพันธ์ไว้หลายรูปแบบโดยประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ผู้ซึ่งมีความชื่นชมและยกย่องบทเพลงไทยเดิมบทนี้ของหลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ผู้เป็นบิดาเป็นอย่างมาก

หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) ได้ประพันธ์ขึ้นจากเพลงเก่าชื่อ "ลาวเสี่ยงเทียน" ซึ่งเดิมอยู่ในจังหวะสองชั้น ขยายชั้นให้เป็นสามชั้นแล้วชั้นเดียว จนครบลักษณะเถา และเป็นเพลงที่นิยมเล่นกันมากสำหรับนักดนตรี

ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ได้นำท่อนหนึ่งของ "ทางเปลี่ยน" ของท่านบิดามาเรียบเรียงเสียงประสานใหม่สำหรับบรรเลงด้วยดนตรีสากลเป็นครั้งแรกให้กับคณะละครผกาวลี สำหรับการแสดงละครเรื่อง "ธิดาจ้าวราชบุตร" (บทละครโดย อบ ไชยวสุ) ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๒ โดยใช้เครื่องดนตรี ๑๔ ชิ้น และขับร้องโดยนักร้องชาย ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ขณะเมื่ออายุหกสิบปีเศษ ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง ได้ประพันธ์เพลงนี้ไว้ในอีกรูปแบบหนึ่ง คือ แบบ String Quartet และในที่สุดเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๓๒ เมื่อมีอายุได้ประมาณ ๗๗ ปี จึงได้นำเพลงเสี่ยงเทียนมาขยายในรูปแบบ Symphonic Poem ที่มีความสง่างามประสานกับความอ่อนหวานซาบซึ้งสำหรับหมู่นักร้องโซปราโนและอัลโต ร่วมกับวงดุริยางค์ซิมโฟนี

สำหรับเพลงเสี่ยงเทียน ขับร้องเดี่ยว ในอัลบั้มนี้ คือ ผลงานประพันธ์ครั้งแรกสำหรับละคร แต่ได้เปลี่ยนเนื้อร้องให้เหมาะสมกับนักร้องหญิงที่ขับร้องเดี่ยวครั้งนี้ และบรรเลงโดยวงดุริยางค์ซิมโฟนีทั้งวงจากที่เคยจำกัดจำนวนนักดนตรีไว้เดิมเพียง ๑๔ คน


Siang Tian with Voice
Composed by Prasidh Silapabanleng
Arranged and Orchestrated by Prasidh Silapabanleng
Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng
Vocalist : Jairat Pitakcharoen

The piece was first composed by Luang Praditpairoh (Sorn Silapabanleng) in the traditional Thai style renowned for its graceful and romantic expression. Prasidh had chosen this theme to compose the first version of Siang Tian with voice for one of his theatrical compositions. This is the version recorded in the present album with Terje Mikkelsen conducting the Latvian National Symphony Orchestra.

The second version was written in a string quartet format. Prasidh extended the scope of the work when he re-composed it to accommodate a full orchestra and female chorus. The result is a stylistic work of art, which is recognized as a modern classic. This third and final version appears in the earlier CD recording entitled “Siang Tian”

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-20 · Item
Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

เห็นใจสักครั้ง (บทร้องของพระเอกและนางเอก)
คำร้อง : แสงทอง (หลวงบุณยมานพ)

จากละครเรื่อง : ผกาวลี (โรงละครกรมศิลปากร)
ผู้ประพันธ์บทละคร : แสงทอง (หลวงบุณยมานพ)
ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง (เป็น ศตานนท์)
ผู้แสดงนำหญิง : อนงค์ นาคสวัสดิ์ (เป็น ผกาวลี)

(ศตานนท์) เห็นใจสักครั้ง ขอโปรดได้ฟังวาจาก่อน
เห็นใจสักครั้ง จงโปรดหยุดยั้งฟังคำวอน
เห็นใจสักครั้ง ที่ได้มุ่งหวังเฝ้าคอยงามงอน
รักสุดแสนอาลัย ใจมั่นหมายแน่นอน
รอคอยแต่บังอร ผกาวลี

(ผกาวลี) เห็นใจสักครั้ง จงได้เลิกหวังในไมตรี
เห็นใจสักครั้ง อย่ามุ่งจิตฝัง ผกาวลี
เห็นใจสักครั้ง จงโปรดยับยั้งเรื่องนี้ที
เธอมิควรจะคิด เพราะไร้สิทธิ์เสรี
ตัวของข้าฯ นี้ มีคู่ครอง

(ศตานนท์) ขอได้เห็นใจ รักฝากเยื่อใยอาลัยน้อง
เสียแรงใฝ่ฝัน จงโปรดผ่อนผันและปรองดอง
น้องอยู่หนใด ให้พี่ตามไปอยู่ใกล้ประคอง
แม้ชีวิตมลายก็มิวายใจปองรักภักดีต่อน้องทุกคืนวัน

(ผกาวลี) ยุติเรื่องรัก อย่าได้ชวนชักเรื่องรักนั้น
มิอยากรู้สึก มิอยากจะนึก อย่าเฝ้าใฝ่ฝัน
ขอจงเลิกคิด คงแต่ไมตรีจิตต์ร่วมมิตรกัน
เธอและฉันมิควรจะผูกพันเลิกคิดหมายมั่นกันเสียที


From the Play: Phakavali
Lyrics by Luang Boonyamanop

TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-27 · Item
Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

โฉมงาม (บทร้องของพระเอก)
คำร้อง : พระราชธรรมนิเทศ

จากละครเรื่อง มนต์นาคราช (โรงละครเฉลิมนคร)
ผู้ประพันธ์บทละคร : กุมุท จันทร์เรือง
ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง
ผู้แสดงนำหญิง : พรรณี สำเร็จประสงค์

โฉมเอย โฉมงาม
ในภพสาม ไม่มี ที่เปรียบได้
งามเกศ เนตร ขนง วงวิไล
งามพักตร์ นวลละมัย ดังวงเดือน

โฉมเอย โฉมยง
งามรูปทรง อรทัย ใครไม่เหมือน
อรชร อ้อนแอ้น สแม้นเตือน
ให้พี่เยือน เยี่ยมน้อง ประคองรัก

นงเอ๋ย นงราม
เจ้าแสนงาม ยิ่งแท้ แม้ประจักษ์
แต่เทพ เทวา อารักษ์
ก็มิพัก ดลดาล ซ่านฤดี

นงเอ๋ย นงลักษณ์
งามสมศักดิ์ สง่า ราศี
หากพี่ อิงแอบ เทวี
จักพลี ถ้วนทั่ว ขั้วหัวใจ


From the Play: Mon Nakaraj
Lyrics by Pra Rajathamnites