Performed music

Elements area

Taxonomie

Code

Bereik aantekeningen

    ron aantekeningen

      Toon aantekening(en)

        Hiërarchische termen

        Performed music

          Gelijksoortige termen

          Performed music

            Verwante termen

            Performed music

              54 Archivistische beschrijving results for Performed music

              54 results directly related Exclude narrower terms
              TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-08 · Stuk
              Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

              โอ้ยอดดวงใจ (บทร้องของนางเอก)
              คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง

              จากละครเรื่อง ความพยายาม (โรงละครเฉลิมนคร)
              ผู้ประพันธ์บทละคร : สด กูรมะโรหิต (ทำบทจากเรื่อง Vendetta ของ แมรี่ คอเรลลี่)
              ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
              ผู้แสดงนำชาย : ส.อาสนจินดา
              ผู้แสดงนำหญิง : สวลี ผกาพันธุ์

              โอ้ยอดดวงใจ รักใยละเลย
              โอ้ยอดรักเอ๋ย มิเคยรักใคร
              มาทิ้งให้ละห้อย น่าน้อยใจ
              โอ้ชื่นชีวิตชิดชมรักกัน
              โอ้ชื่นชีวัน รักพลันร้างไกล
              รัก แล้วใยมาหน่าย ไม่คิดเลย
              อกใจไหวหวั่น นึกพรั่น หวั่นรักลา
              รักลอยสุดคว้ามาเชย
              สุดเฉลยน้ำคำ รักตรมจะต้องระทมเหลือระกำ
              ดวงจิตชอกช้ำ คร่ำครวญคำนึง
              นึกถึงรักเรา ต้องเหงาเดียวดาย
              โอ้ใจหายอาวรณ์
              รัก...โธ่..ช่างหลอกหลอน (ฮัม)
              ย้อนเราให้เศร้า เย้าเราให้โศก สุดใจ


              From the Play: Kwam Payabart
              Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng

              TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-17 · Stuk
              Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

              โอ้รัก (บทร้องของพระเอกและนางเอก)
              คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง

              จากละครเรื่อง : ผกาวลี (โรงละครกรมศิลปากร)
              ผู้ประพันธ์บทละคร : แสงทอง (หลวงบุณยมานพ)
              ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
              ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง (เป็น ศตานนท์)
              ผู้แสดงนำหญิง : อนงค์ นาคสวัสดิ์ (เป็น ผกาวลี)

              (ผกาวลี) โอ้รักมักมีกรรม (ศตานนท์) แม้ระกำจำต้องฝืน
              (ผกาวลี) หวานใดหวานมิวายคลายคงคืน (ศตานนท์) หวานตาพาใจชื่นฉ่ำชื่นฤทัย
              (ผกาวลี) รักเอ๋ย รักร่วมดวงใจ (ศตานนท์) ทำฉันใดจักได้ชม
              (ผกาวลี) รักใดรักมิวายคลายตรอมตรม (ศตานนท์) รักใดอื่นมิขื่นขมระทมคือรักระแวง
              (ศตานนท์) แต่รักเราสองมิต้องแคลง รักไม่มีวันแปลงแปรปรวน
              แม้ว่าชีพสลายฤาหายครวญ หวนนึกถึงรักนา
              (ผกาวลี) รักเอย ขอจงสถาวรดั่งพรฟ้า
              (ศตานนท์) โอ้ยอดชีวัน ขวัญชีวา โอ้ยอดเทพธิดา ผกาวลี ผกาวลี ผกาวลี


              From the Play: Phakavali
              Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng

              TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-19 · Stuk
              Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

              เสียแรงรัก (บทร้องของพระเอก)
              คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง

              จากละครเรื่อง : ผกาวลี (โรงละครกรมศิลปากร)
              ผู้ประพันธ์บทละคร : แสงทอง (หลวงบุณยมานพ)
              ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
              ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง (เป็น ศตานนท์)
              ผู้แสดงนำหญิง : อนงค์ นาคสวัสดิ์ (เป็น ผกาวลี)

              เสียแรงหนักรักล้น รักท้นท่วมหัวใจรัก
              ไม่แหนงไม่หน่าย รักไม่คลายคงคืน
              รักเขาแต่ข้างเดียว เขาไม่เหลียวให้ชื่น
              รักจึงขมขื่น ไม่สดชื่นหวานล้ำ
              กรรมของเราเก่าก่อน เป็นผลย้อนให้ระกำ
              รักไม่ฟื้นชื่นฉ่ำ โธ่ เอ๋ย กรรมของเรา

              เสียแรงหนักรักชื่น มิยั่งยืนกลับกลายเศร้านับ
              แค่นี้คงเฉา กรรมของเราปางไหน
              รักไม่เหมือนเขาผู้อื่น รักสดชื่นเหมือนดั่งใจ
              คิดแล้วเศร้าหทัย ช่างกระไรแสนอาภัพ
              วาสนาน่าน้อยใจ หวังสิ่งใดมากลายกลับ
              บุญน้อยเลื่อนลอยลับ หากชีพดับสิ้นระทม


              From the Play: Phakavali
              Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng

              TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-20 · Stuk
              Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

              เห็นใจสักครั้ง (บทร้องของพระเอกและนางเอก)
              คำร้อง : แสงทอง (หลวงบุณยมานพ)

              จากละครเรื่อง : ผกาวลี (โรงละครกรมศิลปากร)
              ผู้ประพันธ์บทละคร : แสงทอง (หลวงบุณยมานพ)
              ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
              ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง (เป็น ศตานนท์)
              ผู้แสดงนำหญิง : อนงค์ นาคสวัสดิ์ (เป็น ผกาวลี)

              (ศตานนท์) เห็นใจสักครั้ง ขอโปรดได้ฟังวาจาก่อน
              เห็นใจสักครั้ง จงโปรดหยุดยั้งฟังคำวอน
              เห็นใจสักครั้ง ที่ได้มุ่งหวังเฝ้าคอยงามงอน
              รักสุดแสนอาลัย ใจมั่นหมายแน่นอน
              รอคอยแต่บังอร ผกาวลี

              (ผกาวลี) เห็นใจสักครั้ง จงได้เลิกหวังในไมตรี
              เห็นใจสักครั้ง อย่ามุ่งจิตฝัง ผกาวลี
              เห็นใจสักครั้ง จงโปรดยับยั้งเรื่องนี้ที
              เธอมิควรจะคิด เพราะไร้สิทธิ์เสรี
              ตัวของข้าฯ นี้ มีคู่ครอง

              (ศตานนท์) ขอได้เห็นใจ รักฝากเยื่อใยอาลัยน้อง
              เสียแรงใฝ่ฝัน จงโปรดผ่อนผันและปรองดอง
              น้องอยู่หนใด ให้พี่ตามไปอยู่ใกล้ประคอง
              แม้ชีวิตมลายก็มิวายใจปองรักภักดีต่อน้องทุกคืนวัน

              (ผกาวลี) ยุติเรื่องรัก อย่าได้ชวนชักเรื่องรักนั้น
              มิอยากรู้สึก มิอยากจะนึก อย่าเฝ้าใฝ่ฝัน
              ขอจงเลิกคิด คงแต่ไมตรีจิตต์ร่วมมิตรกัน
              เธอและฉันมิควรจะผูกพันเลิกคิดหมายมั่นกันเสียที


              From the Play: Phakavali
              Lyrics by Luang Boonyamanop

              TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-24 · Stuk
              Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

              งามเพียงจันทร์ (บทร้องของพระเอกและนางเอก)
              คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง

              จากละครเรื่อง : ธิดาเจ้าราชบุตร (โรงละครเฉลิมไทย)
              ผู้ประพันธ์บทละคร : อบ ไชยวสุ
              ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
              ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง
              ผู้แสดงนำหญิง : เกษแก้ว มาศะวิสุทธิ์

              (หมายเหตุ : ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง เรียบเรียงเสียงประสานจากส่วนหนึ่งของทำนองเพลงไทยเดิม ชื่อ “โอมพม่า” ของบิดา คือ หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง))

              (ช) งามโฉมงามทรามสวาท แลวิลาศเพียงจันทร์
              ใจหลงปองหมายมั่น เฝ้าผูกพันกานดา
              เธอลับไปใจเศร้า ร้าวระบมอุรา
              อนิจจา คราไร จักได้ชื่นชมสมฤทัย

              (ญ) จันทร์นั้นลอยดวงเด่น ผ่องเพ็ญอำไพ
              ตัวน้องตรมหมองไหม้ ช่างกระไรเปรียบกัน
              ความหวังเลือนรางเศร้า คว้าเงาแทนจันทร์

              (พร้อมกัน) วาสนามาพบกัน ต้องพลันเลื่อนลอย น่าน้อยใจ


              From the Play: Thida Jao Rajabutr
              Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng

              TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-25 · Stuk
              Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

              จันทราพาฝัน (บทร้องของนางเอก)
              คำร้อง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง

              จากละครเรื่อง : ไฟชีวิต (โรงภาพยนตร์โอเดียน)
              ผู้ประพันธ์บทละคร : สด กูรมะโรหิต
              ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
              ผู้แสดงนำชาย : สุรชัย ลูกสุรินทร์
              ผู้แสดงนำหญิง : สวลี ผกาพันธุ์

              จันทร์ คืนนั้นงามทอแสง ใจ ฝันไปด้วยแรงแห่งจันทร์
              ในฝันนั้นว่าล่องเรือมาด้วยกัน พรอดพร่ำรำพันว่าอย่าลืมรักเลย
              (สร้อย) ยอดรักเอย ชื่นใจเอ่ย หากบุญเราเคย เชยชิดกัน
              ขอจงจริง ดั่งฝัน ในคืนอันผ่องเพ็ญ

              เรือลำน้อยลอยล่องไกล สายน้ำเป็นประกาย ระลอกกระเซ็น
              งามกิ่งไม้ไหวเอน เมื่อลมเย็นพัดต้อง หมู่ดาวเรืองรอง สุขเราสองมิลืมเลย
              (สร้อย) ยอดรักเอย ชื่นใจเอ๋ย หากบุญเราเคย เชยชิดกัน
              ขอจงจริง ดั่งฝัน ในคืนอันผ่องเพ็ญ


              From the Play: Fai Cheewit
              Lyrics by Ladda Saratayon Silapabanleng

              TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-03-27 · Stuk
              Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

              โฉมงาม (บทร้องของพระเอก)
              คำร้อง : พระราชธรรมนิเทศ

              จากละครเรื่อง มนต์นาคราช (โรงละครเฉลิมนคร)
              ผู้ประพันธ์บทละคร : กุมุท จันทร์เรือง
              ผู้กำกับการแสดง : ลัดดา (สารตายน) ศิลปบรรเลง
              ผู้แสดงนำชาย : อุโฆษ จันทร์เรือง
              ผู้แสดงนำหญิง : พรรณี สำเร็จประสงค์

              โฉมเอย โฉมงาม
              ในภพสาม ไม่มี ที่เปรียบได้
              งามเกศ เนตร ขนง วงวิไล
              งามพักตร์ นวลละมัย ดังวงเดือน

              โฉมเอย โฉมยง
              งามรูปทรง อรทัย ใครไม่เหมือน
              อรชร อ้อนแอ้น สแม้นเตือน
              ให้พี่เยือน เยี่ยมน้อง ประคองรัก

              นงเอ๋ย นงราม
              เจ้าแสนงาม ยิ่งแท้ แม้ประจักษ์
              แต่เทพ เทวา อารักษ์
              ก็มิพัก ดลดาล ซ่านฤดี

              นงเอ๋ย นงลักษณ์
              งามสมศักดิ์ สง่า ราศี
              หากพี่ อิงแอบ เทวี
              จักพลี ถ้วนทั่ว ขั้วหัวใจ


              From the Play: Mon Nakaraj
              Lyrics by Pra Rajathamnites

              TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-01-07 · Stuk
              Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

              เพลงดวงดาวกับความรัก เป็นส่วนหนึ่งของบทเพลงที่ประพันธ์ขึ้นสำหรับบรรเลงในละครเรื่องต่างๆ เดิมเรียบเรียงเสียงประสานไว้สำหรับวงดุริยางค์เล็กขนาด 14 ชิ้น และได้รับการขยายและเรียบเรียงเสียงประสานใหม่สำหรับวงดุริยางค์ซิมโฟนีโดย Mr. John Georgiadis ผู้อำนวยเพลงของวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ

              Stars and Love comprised from portions of songs originally written for several theatrical plays, these works were first arranged by Prasidh for a stage orchestra limmited to fourteen instruments. Seeking to enlarge the composition, Mr. John Georgiadis, musical director and principal conductor of the Bangkok Symphony Orchestra, has rearranged the works to allow performance by the symphony orchestra. This masterful treatment has allowed the various melodies of the individual pieces to be appreciated in a continuous thread of compositional ingenuity.

              TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-01-06 · Stuk
              Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

              เพลงดำเนินทราย ประพันธ์ขึ้นจากเพลงไทยเดิมทางเปลี่ยนของท่านบิดา (หลวงประดิษฐไพเราะ) ในลักษณะ String Quartet และได้รับการดัดแปลงให้บรรเลงโดยใช้เครื่องสาย (Strings) ทั้งวงของดุริยางค์ซิมโฟนี

              Damnern Sigh was originally written for string quartet. This work was Prasidh's orchestration of the traditional Thai version composed by his father, the famed Luang Praditpairoh. In subsequent compositions, it was performed by the entire string section of the Symphony orchestra which lent full-bodied sound to the piece.

              TH SLPBL SLPBLC-MUS-01-01-04 · Stuk
              Part of ประสิทธิ์ ศิลปบรรเลง

              ไซมิสสวีทได้รับการประพันธ์ขึ้นในราว พ.ศ. 2497 และได้รับการแสดงครั้งแรกในปี พ.ศ. 2498 ในงานประชุม Southeast Asian Music Conference ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ บทประพันธ์สำหรับวงดุริยางค์ซิมโฟนีประกอบด้วย 4 Movements ได้แก่ 1. Moon over the Temple 2. In the Grand Palace 3. Siamese Lament และ 4. In the Bangkok’s China Town

              Completed in 1954, this composition was given its first performance by the National Symphony Orchestra of the Philippines one year after its completion. Performed at the Southeast Asian Music Conference in Manila, it is comprised of four short movements: Moon Over the Temple, In the Grand Palace, Siamese Lament, and In the Bangkok's China town.